พฤติกรรมที่สร้างความแตกต่างระหว่าง คนจน กับ คนรวย

  • 1

พฤติกรรมที่สร้างความแตกต่างระหว่าง คนจน กับ คนรวย

ในปี 1995  รูบี้ เพย์น ศาสตราจารย์ด้านการศึกษาได้ตีพิมพ์หนังสือขายดีออกมาชื่อว่า “A Framework for Understanding Poverty” โดยเนื้อหาระบุถึงพฤติกรรม และมุมมองที่แตกต่างกันระหว่างคนยากจน คนฐานะปานกลาง และคนร่ำรวย

โดยเธอเองหวังว่าจะทำความเข้าใจถึงความคิดของคนยากจน เพื่อเข้าถึงคนกลุ่มนี้มากขึ้น เพื่อ ให้การศึกษาที่ถูกต้องตามจริตของคนเหล่านี้

ถึงแม้ว่ารูบี้ เพย์น จะเน้นหนักเนื้อหาไปในด้านการศึกษา แต่ผมคิดว่าสิ่งที่่เธอเขียน วิเคราะห์ความแตกต่างออกมานั้น น่าสนใจเหมาะที่จะเรียนรู้ลักษณะนิสัย สาเหตุของความยากจน และความร่ำรวย ผมจึงขอหยิบยกมานำเสนออีกเช่นเคยครับ

ความแตกต่างระหว่างคนยากจน คนฐานะปานกลาง และคนรวย

สิ่งที่ให้ความสำคัญ

คนจน คนจนมักจะให้ความสำคัญต่อการเป็นเจ้าของคนอื่น เน้นหนักไปที่เรื่องของคนมากกว่าสิ่งอื่นใด

คนฐานะปานกลาง เน้นหนักไปเรื่องของการครอบครองสิ่งของ ให้ความสำคัญกับการเก็บสะสมสิ่งของต่างๆ เพื่อแสดงออกซึ่งฐานะ

คนรวย คนรวยชอบสะสมของหายาก อะไรที่มีเพียงชิ้นเดียวมีน้อย คนรวยมักจะชอบสะสม หรือสะสมพวกประกาศนียบัตร อันแสดงถึงความสามารถอันสูงส่ง

มุมมองด้านการเงิน

คนจน ได้เงินมาเพื่อใช้จ่ายออกไป ไม่สามารถเก็บออมได้ในระยะยาว มีเท่าไหร่ก็จะใช้จนหมด

คนฐานะปานกลาง เริ่มจัดการเงินได้ดีมากขึ้น ดีกว่าคนยากจน เริ่มรู้จักการลงทุน และเก็บออมมากกว่าคนยากจน

คนรวย เก็บออม และต่อยอด มักจะนำเงินที่หาได้ไปลงทุนให้เงินงอกเงย เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง

ลักษณะนิสัย

คนจน เน้นความสนุกสนาน รื่นเริง มีอารมณ์ขัน

คนฐานะปานกลาง ใฝ่หาความมั่นคงชีวิต มีความอารมณ์ที่นิ่งสงบสุขุมมากขึ้น ความสำเร็จในชีวิตเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่หา

คนรวย เน้นการสร้างคอนเนคชั่น ปฏิสัมพันธ์กับคนกลุ่มอื่นเพื่อเพิ่มโอกาสทางการเงิน หรือพลังอำนาจ

การเข้าสังคม

คนจน คนจนเข้าสังคมกับสังคมที่พวกเขารู้สึกสบายใจ และชื่นชอบเท่านั้น

คนฐานะปานกลาง มีการควบคุมตนเองมากขึ้น สามารถเข้าสังคมกับกลุ่มคนที่แตกต่างได้

คนรวย เข้าสังคมแลกเปลี่ยนกับคนกลุ่มใหม่ ที่จะช่วยยกระดับฐานะของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้นได้

อาหารการกินในการดำรงชีวิต

คนจน เน้นหนักไปทางปริมาณ พวกเขากลัวที่จะขาดแคลนอาหารเพื่อดำรงชีวิต

คนฐานะปานกลาง เน้นไปเรื่องของรสชาติมากยิ่งขึ้น มากกว่าจำนวน

คนรวย คนรวยนอกจากเน้นรสชาติแล้ว ยังเน้นการนำเสนอของเมนูเหล่านั้นด้วย นอกจากต้องอร่อยแล้วต้องดู

เครื่องแต่งกาย

คนจน แต่งกายเพื่อแสดงออกความเป็นตัวตน หรือบ่งบอกถึงลักษณะส่วนตัวของพวกเขา

คนฐานะปานกลาง เน้นแบรนด์เนมที่คนอื่นให้ความสนใจ บ่งบอกถึงระดับฐานะปานกลาง เน้นคุณภาพมากยิ่งขึ้น

คนรวย แต่งกายโดยยึดถือรูปแบบ และการดีไซน์เป็นสำคัญ มักจะใส่เสื้อผ้าที่ได้รับการออกแบบเป็นอย่างโดยดีไซเนอร์แบรนด์เนมชื่อดัง

เวลา

คนจน มักจะให้ความสำคัญกับปัจจุบันมากที่สุด จะทำอะไรต้องทำเดี๋ยวนี้ตอนนี้ ไม่มีการผัดผ่อนไปเสีย การตัดสินใจขึ้นอยู่กับความอยู่รอด

คนฐานะปานกลาง เริ่มให้ความสำคัญกับอนาคตมากขึ้น อดทนต่อสิ่งเร้าได้ระดับนึง การตัดสินใจเริ่มเน้นหนักไปยังอนาคตมากขึ้น

คนรวย คนรวยเน้นหนักไปยังสิ่งที่เคยปฎิบัติสืบต่อกันมา ถึงแม้พวกเขาจะมองการณ์ไกลกว่า และอดทนต่อสิ่งเร้าได้มากกว่าคนกลุ่มอื่น แต่ยังไม่ละทิ้งสิ่งที่เคยทำสืบต่อกัน การตัดสินใจมีเรื่องราว และประสบการณ์ในอดีตมาเกี่ยวเนื่องอยู่เสมอ

การศึกษา

คนจน คนจนให้ความสำคัญกับการศึกษาในระดับหนึ่ง เน้นเรื่องราวที่เป็นภาพกว้าง แต่ไม่สามารถจับต้อง หรือนำไปใช้ได้จริง บ่อยครั้งการศึกษาถูกละเลยไป

คนฐานะปานกลาง คนเหล่านี้ให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จในองค์กร

คนรวย คนรวยศึกษาต่อเพราะต้องการสานต่อความสัมพันธ์กับคนกลุ่มอื่น ยกระดับการศึกษาให้เท่าเทียมกันกับคนที่ต้องการจะสานสัมพันธ์ด้วย

ความเชื่อ

คนจน คนเหล่านี้เชื่อในโชคชะตา และคิดว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่โชคชะตากำหนดไว้ได้

คนฐานะปานกลาง เชื่อว่าอนาคตสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่การสิ่งที่เลือก และการกระทำ

คนรวย เชื่อว่าพวกเขาจำเป็นจะต้องช่วยเหลือคนที่ยากลำบากกว่า และจำเป็นจะต้องประพฤติตนที่ดี เพื่อการดำรงไว้ซึ่งฐานะ และความมั่งคั่ง

ภาษา

คนจน ใช้ภาษาเพื่อการอยู่รอด เอาตัวรอด พูดจาแบบตรงๆไม่อ้อมค้อม มีลักษณะการใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ

คนฐานะปานกลาง ยกระดับภาษามากขึ้น มีการใช้ภาษาที่เป็นทางการ ใช้เพื่อการติดต่อสื่อสาร และการต่อรอง

คนรวย ใช้ภาษาเป็นทางการ เพื่อทำการสร้างคอนเนคชั่นกับคนกลุ่มอื่น

โครงสร้างครอบครัว

คนจน ส่วนใหญ่แล้วจะพึ่งพาผู้เป็นแม่ เลี้ยงดูบุตรหลายบ่อยครั้ง

คนฐานะปานกลาง โดยมากจะพึ่งพาผู้เป็นพ่อมากกว่าผู้เป็นแม่  เป็นผู้นำด้านการตัดสินใจต่างๆในครอบครัว กำหนดทิศทางของครอบครัว

คนรวย โครงสร้างทางด้านอำนาจ และการตัดสินใจขึ้นอยู่กับผู้ที่ถือเงินมากที่สุด อาจจะเป็นใครก็ได้

มุมมองต่อโลกภายนอก

คนจน มองโลกในทางแคบ เน้นหนักไปทางลักษณะของกลุ่มคนในท้องถิ่นเท่านั้น ไม่ค่อยสนใจคนกลุ่มอื่นอีก

คนฐานะปานกลาง ขยายมุมมองมากขึ้น สนใจความเป็นอยู่ของคนในชาติมากขึ้น

คนรวย สนใจแต่ความเป็นไปของโลกภายนอก สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนประเทศอื่นๆ

ความรัก

คนจน ให้ความสำคัญกับความรัก และการยอมรับในระดับบุคคล ชื่นชอบในความเป็นตัวตนของเพศตรงข้าม

คนฐานะปานกลาง เชื่อในการยอมรับ แต่มีเรื่องของความสำเร็จ และฐานะเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น

คนรวย ความรักคือการปฏิสัมพันธ์ มีเหตุผลต่างๆมาเกี่ยวข้องมากขึ้น เรื่องของคอนเนคชั่นมีส่วนสำคัญ

แรงผลักดัน

คนจน เน้นหนักไปเรื่องของความอยู่รอด ความสนุกสนาน จวบจนความสัมพันธ์ต่อผู้อื่น

คนฐานะปานกลาง เน้นเรื่องการทำงาน และประสบความสำเร็จในชีวิต

คนรวย มีแรงผลักดันด้านฐานะทางการเงิน การเมือง และคอนเนคชั่นเป็นสำคัญ

อารมณ์ขัน

คนจน คนจนมีอารมณ์ขันกับเรื่องล้อเลียนคน และเพศ

คนฐานะปานกลาง มีอารมณ์ขันกับเรื่องราวที่เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

คนรวย มีอารมณ์ขันกับการล้อเลียนคนที่ก้าวพลาด หรือคนที่ผิดพลาด อันเป็นที่อับอายในสังคม

สรุป

มุมมองที่แตกต่างกันในเรื่องต่างๆ ทำให้แยกคนจน กับคนรวยออกจากกัน แต่ใช่ว่าความคิด และพฤติกรรมของคนรวยจะเป็นเรื่องดีเสมอไป บ่อยครั้งที่คนจนกลับเห็นใจผู้อื่นมากกว่า มีความเป็นมนุษย์ที่น่ายกย่องมากยิ่งกว่าคนรวยเสียอีก

เพราะฉะนั้นเราจึงควรหยิบยกสิ่งที่ดีๆในแต่ละมุมมองของทั้งคนจน คนฐานะปานกลาง และคนรวยไปปรับใช้

เพียงแค่ถ้าอยากรวยก็ควรนำสิ่งที่คนรวยคิด หรือทำไปปรับใช้มากกว่า

ที่มา :: http://www.leaderwings.co/life/rich-man-and-poor-man/

 

ถูกใจกดปุ่มแชร์

1 Comment

zvodret iluret

24/11/2018 at 11:32 am

Thank you for any other wonderful article. Where else could anyone get that kind of information in such an ideal means of writing? I have a presentation subsequent week, and I’m on the search for such info.

http://www.zvodretiluret.com/

Leave a Reply

คลังเก็บ