วางแผนชีวิตกันอย่างไรบ้าง?

  • 2

วางแผนชีวิตกันอย่างไรบ้าง?


เห็นชื่อบทความ ก็น่าเบื่อแล้วใช่ไหมครับ ยิ่งมาเจอเนื้อหาเยอะๆแบบนี้ ร้อยทั้งร้อย ไม่ค่อยอ่านกันหรอก เปิดผ่านแน่นอน ไม่เป็นไรครับ ยกความสำเร็จทั้งมวลจงมีแด่คนอ่านก็แล้วกัน
ที่จริงวันนี้ ต้องตั้งคำถามใหม่ให้กับตัวเองได้แล้วหละครับว่า″แท้ที่จริงชีวิตต้องการอะไร?”เพราะแนวทางการวางแผนชีวิตของคนยุคก่อนๆจะเที่ยบกันไม่ได้แล้วกับปัจจุบัน เช่นเราคงเคยเห็น พ่อ คือหัวหน้าครอบครัว ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน แม่ทำหน้าที่แม่บ้านเต็มเวลา ถัดมาครับ พ่อกับแม่ต้องออกทำงานนอกบ้านด้วยเพื่อให้มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นมาอีก แต่เดี๋ยวนี้ ทั้งพ่อทั้งแม่เรา ต้องทำงาน 2 งาน 3 งาน หลายๆงานเพิ่มขึ้นอีก ทั้งยังทำหนักขึ้นกว่าเดิมอีก  เพราะยุคก่อนรุ่นปู่เรา ทอง บาทละ4,000 เงินเดือนเดือนละ 8,000 พวกเขาสามารถซื้อทองได้ถึง 2 เส้น แต่เดี๋ยวนี้ครับ จบ ป.ตรี เงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท ซื้อทองไม่ได้สักบาท มันเกิดอะไรขึ้น

ความคิดเดิมๆ ที่ว่า ขยันซื่อสัตย์ประหยัดอดทน มันใช้ไม่ได้แล้วในยุคนี้ผู้คนสมัยก่อน จะใช้วิธีล่ามทาสด้วยโซ่ ยุคนี้ครับ ล่ามทาสด้วย ความรู้ต้องยอมรับความจริงได้แล้วว่าเราถูกล่ามด้วยอะไร เงินคือปัจจัยในการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ หรือคุณภาพชีวิตถูกกำหนดกฏเกณฑ์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่..แม้ท่านอยู่เฉยๆก็จนลง..แท้ที่จริงท่านต้องดิ้นรนเพื่ออะไร

ทำไมคุณภาพชีวิตของเรามันถึงมีแต่แย่ลงเรื่อยๆ ต่อไปชนชั้นกลางแบบจะจนก็ไม่จน จะรวยก็ไม่รวย จะค่อยๆหมดไป ยังคงเหลือไว้เฉพาะ คนจนและคนรวย

ท่านจะสร้างคุณภาพชีวิตของท่านด้วยเครื่องมืออะไร และท่านคิดจะอยู่ส่วนไหนของสังคม นี่คือที่มาของการวางแผนชีวิต เราจะมาลงรายละเอียด กันครับ

เมื่อประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาจากสถาบันต่างๆมา ก็ใช่ว่าท่านจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ด้วยมือของท่านเอง เพราะ..สิ่งที่เหลือคือการดิ้นรนหางานทำนั่นเอง หลายๆคนก่อนจบ มักจะตั้งคำถามสำหรับตัวเองไว้แล้ว ว่า เราจะทำงานอะไรดี ที่ต้อง 1.เป็นงานที่สบาย 2.งานที่ ชอบ งานที่ถนัด 3.งานที่เงินเดือนดีๆก้าวหน้ามั่นคง เมื่อไม่ได้อย่างที่หวังก็เปลี่ยนงานใหม่  แล้วกลับไปสู่คำถามเดิมๆ โจทย์เดิม  ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าท่านจะรู้ตัวก็จวนวัยเกษียณไปแล้ว
เอาอย่างนี้ดีไหมครับ  ไม่ต้องไปตั้งโจทย์ชีวิตของตัวเอง หรอก ไปหาคำตอบให้กับตัวเองก่อนจะดีไหม ลองไปค้นๆดูนะว่าแท้ที่จริงแล้วเราเองอยากได้อะไร
ตั้งธงมาเลย
1.เงิน ต้องได้เท่าไร แบบไหน จำกัดเพดานหรือไม่
2.เวลา ยาวนานเท่าไร และจะหยุดพักเมื่ออายุเท่าไร
3.ความมั่นคง ถ้าทำแล้ว ส่งมอบต่อถึงลูกหลานได้หรือไม่
4.สุขภาพ ต้องดีมากๆทั้งกายและใจ และอื่นๆอีกเท่าที่ท่านคิดได้

หลายๆคน มีเงินแต่ไม่มีเวลาใช้เงิน บางคนมีเวลาแต่ไม่มีเงิน และบางคนไม่มีทั้งสองอย่าง แบบนั้นอย่างที่สามที่สี่ก็คงไม่ต้องไปถามหาหรอกครับ  มาถึงตอนนี้ก็คงต้องดูแล้วหละครับ ว่า เมื่อไม่ใช่โจทย์เดิม ตามข้อ 1,2,3 เพาะฉะนั้นโจทย์ใหม่ของเราควรจะตั้งว่า เป็น งานอะไรก็ได้ อาจจะชอบหรือไม่ชอบ ที่ทำแล้ว ให้เราได้คำตอบตามที่ต้องการ

ยุคก่อน ทาส จะถูกล่ามด้วย “โซ่ตรวน”สมัยนี้ ผู้คน ถูกล่าม ด้วย “ความรู้” แทน คนรู้น้อยจะเสียเปรียบคนรู้มาก คนรู้มากมีช่องทางการทำมาหากินเพิ่ม คนรู้มากรู้จริงรู้ลึก ยิ่งมีโอกาสในการทำมาหากินเยอะกว่า

จากยุคแรก เกษตรกรรม ทำมาหากินกับการมีพื้นที่เยอะๆ ต่อมายุค อุตสาหกรรม มีนักลงทุน เข้าแข่งขันโกยเงินกันทุกประเทศทั่วโลก ถัดมาอีก ยุค ไอที ไร้พรมแดน ใครมีข้อมูลข่าวสารมากคือผู้ได้เปรียบ ปัจจุบันครับ ยุค “เครื่อข่าย” ผู้ที่ได้ครอบครองเครือข่ายอนาคตคือผู้มั่งคั่ง…

ดังจะเห็นได้ว่า แม้เราอยู่เฉยๆของเรา เรายังต้องบริโภคเครือข่ายอยู่ดี ใกล้ตัวสุด โทรศัพท์ครับ ไม่มีไม่ใช้ไม่ได้แล้ว แต่เราจำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อบริการนี้เพื่อการดำรงค์ชีวิตที่ง่ายขึ้น ระบบเครือข่ายจึงเข้ามาตอบสนองผู้คนได้ทุกครัวเรื่อนและทั่วโลก  ก็ทราบกันดีแล้วนะครับว่าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ใคร จะรวยกว่ากัน ถึงตอนนี้ท่านคงมองหาลู่ทางที่อยากจะเป็นเจ้าของเครือข่ายกันแล้ว

 

 

ก่อนจะพูดถึงเรื่อง การเป็นเจ้าของเครือข่ายต้องทำอย่างไรบ้าง เรามาสรุปความต้องการของคนอย่างเราๆท่านๆกันก่อนนะครับ
1.เงิน..ใครว่าเงินไม่สำคัญ ก็ผ่านไปอ่านข้ออื่นเลยนะครับ เงินมากดีกว่าเงินน้อยแน่นอน จนกับรวย ถ้าให้เลือก 100ทั้ง100 เลือก รวย..จุดมุ่งหมายในเรื่องนี้ครับ คือเรารู้แหล่งที่มาของเงินรึยัง รู้แล้วเป็นแบบไหน ได้แบบ ต่อเนื่องหรือ กระท่อนกระแท่น หรือได้มาแบบไม่สิ้นสุดหยุดไม่เป็นเงินไหลเข้าตลอด ตรงนี้แหละที่ต้องคิดต่อ

2.เวลา..จริงๆคุณเกิดมาตัวเปล่าพร้อมกับคำว่าอิสระอยู่แล้วแต่พอโตขึ้น คำว่าอิสระภาพมันจะค่อยๆหายไปกับกฏเกณฑ์ของสังคมและการดิ้นรนของท่านครับ  ณ. เวลานี้ของท่านคือ จันทร์หรือศุกร์หรรษากันแน่ หรือว่าหรรษาทุกวัน ท่านจะมีอิสระภาพในการใช้ชีวิตได้เต็มที่เต็มวันเต็มเวลาแค่ไหนและจะมีเมื่อไหร่

3.ความมั่นคง..เรามั่นคงหรือที่ทำงานเรามั่นคง..บริษัทของเรา หรือ บริษัทของเขากันแน่ เงินเดือนคือรางวัลล่อใจให้อยู่กับเขานานที่สุดจนเกษียณ..คุณมั่นคงเพียงคนเดียว หรือว่ามั่นคงจนถึงลูกหลานเหลนโหลน คุณเป็นแม่บ้านคอยเลี้ยงลูกให้ผมอย่างเดียวก็พอนะ ผมเลี้ยงคุณได้..แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งผมไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว ชีวิตต่อไปของคนที่เหลือจะเป็นอย่างไรคิดไว้รึยังครับ

4.สุขภาพ…มนุษย์.เพราะเขาสละสุขภาพเพื่อหาเงิน แล้วก็สละเงินเพื่อ รักษา ฟื้นฟูสุขภาพ พวกเขาห่วงอนาคตมากจนไม่มีความสุขกับปัจจุบัน ผลก็คือเขาไม่อยู่ทั้งปัจจุบันและอนาคต เขาอยู่เหมือนจะไม่มีวันตาย และท้ายสุด เขาก็ตายไปโดยไม่ได้มีชีวิตอยู่จริง ๆ คำกล่าวขององค์ทะไล ลามะ บอกชัดเจนโดยไม่ต้องแปลนะครับ คุณจะรวยเป็นล้าน ก็ไม่มีความหมายหรอกครับ ถ้าคุณยังป่วยอยู่

คนเราเกิดมาตัวเปล่า จากโลกนี้ไปก็ตัวเปล่า สูญหายเพียงร่าง คงเหลือแต่สิ่งที่ทำไว้ให้คนข้างหลังเห็น  หลายๆครั้งที่เราหลอกตัวเอง ว่าจะดิ้นรนอะไรมากมายใช้ชีวิตพอเพียงก็พอแล้ว ตายไปแล้วเอาอะไรไปไม่ได้อยู่ดีก็จริงครับ เราเอาอะไรไปไม่ได้อยู่แล้วแต่ตอนยังมีชีวิตอยู่เราได้ทำอะไรให้สังคมหรือคนข้างหลังไว้บ้างหละครับ ตรงนี้แหละที่สำคัญกว่า

มาถึงตอนนี้ให้ลองคุยกับใครคนหนึ่งดูนะครับ ว่า แท้จริงเราเกิดมาเพื่ออะไร? ตกลงจะวางแผนชีวิตกันแบบไหน? แต่ผมว่าคนนี้คุยยากมากเลยนะ ใครรู้ไหม คนคนนั้นคือ ตัวคุณเองนั่นแหละครับ คนที่ยืนอยู่ในกระจกนั่นแหละ

Thank You URL PIC ::http://projectlifemastery.com/wp-content/uploads/2012/09/life-plan

ถูกใจกดปุ่มแชร์

2 Comments

Jordan Shoes 2018

17/03/2019 at 2:49 am

mdebtcuetf,Thanks for sharing such an amazing blog. I am so happy found this informative blog.
Jordan Shoes 2018 http://www.jordan-com.com/

zvodretiluret

24/11/2018 at 8:12 pm

I?¦m not sure where you are getting your information, but great topic. I needs to spend some time finding out more or working out more. Thank you for wonderful information I used to be looking for this info for my mission.

http://www.zvodretiluret.com/

Leave a Reply

คลังเก็บ