หน้าที่ของไต

  • -

หน้าที่ของไต

Category : สุขภาพ

14492544_1281957098516405_6704212496111847139_n
> ไต มีหน้าที่หลัก 3 ประการ คือ
1. ขับถ่าย “ของเสีย” อันเกิดจากการเผาผลาญอาหารประเภท “โปรตีน” (พบมากในเนื้อสัตว์ และอาหารจำพวกถั่ว) ซึ่งของเสียประเภทนี้ ได้แก่ “ยูเรีย” , “ครีเอตินีน” , “กรดยูริค” และ สารประกอบไนโตรเจนอื่นๆ หากของเสียประเภทนี้คั่งอยู่ในร่างกายมากๆ จะเกิดอาการต่างๆ ซึ่งทางการแพทย์เรียกภาวะดังกล่าวว่า “ยูรีเมีย”

2. ควบคุมปริมาณ “น้ำและเกลือแร่” : น้ำและแร่ส่วนที่เกิน ควรจำเป็นจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ เกลือแร่ดังกล่าว เช่น โซเดียม โปตัสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น

3. ผลิตและควบคุม “การทำงานของฮอร์โมน” เช่น ฮอร์โมนที่ควบคุมปริมาณของแคลเซียม ฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ดังนั้น หากไตมีความบกพร่องมากๆ ผู้ป่วยอาจมีโรคโลหิตจาง หรือกระดูกผุ เป็นต้น

> หากไตไม่ทำงาน หรือทำงานไม่เพียงพอ(ด้อยประสิทธิภาพลง) อันเนื่องจากได้รับบาดเจ็บหรือมีโรคแทรกซ้อน จะทำให้มีระดับของเสีย และ ปริมาณน้ำคั่งค้างในร่างกายหรือในเลือดได้ ซึ่งจะปรากฏอาการเหล่านี้ เช่น
– มีปัสสาวะน้อย
– ปัสสาวะลำบาก
– ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
– มีเลือดในปัสสาวะ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
– มีเลือดในปัสสาวะ มีอาการบวมที่มือและเท้า
– ปวดหลังในระดับชายโครง
– มีความดันโลหิตสูงขึ้น
14522957_1281957211849727_5960648976214454402_n
> ผู้ป่วยที่เกิดภาวะไตวายระยะสุดท้าย มีสาเหตุที่สำคัญมาจากเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ต้องรักษาโดยการล้างไต หรือผ่าตัดเปลี่ยนไต หากรักษาโรคทั้งสองนี้ได้ ก็จะทำให้โรคไตที่เกิดขึ้นทุเลาหรือชะลอการเปลี่ยนแปลงได้

> การป้องกันโรคไต
– การป้องกันมิให้เกิดโรคไตนั้น จะต้องมีการควบคุมความดันโลหิตที่สูงให้อยู่ในระดับปกติ ด้วยการควบคุมน้ำหนักตัว ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรืออาจใช้ยาร่วมในการควบคุม และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม สม่ำเสมอ

> สาเหตุของโรคไต
– ภาวะไตวาย จาก โรคไตอักเสบ ซึ่งจะทำให้เกิดการทำลายของหน่วยกรองไต การเกิดโรคนี้บางรายไม่ทราบสาเหตุ บางรายถ่ายทอดทางพันธุกรรม และบางรายมีการติดเชื้อเป็นสาเหตุเสริม

– หรืออาจเกิดจากการเป็นนิ่ว, โรคถุงน้ำในไต, โรคติดเชื้อ, เกิดจากสารเคมี เช่น สารตะกั่ว ปรอท , เกิดจากการทานยา เช่น ยาแก้ปวด , เกิดจากสารเสพติด เช่น เฮโรอีน เป็นต้น

> อาการของผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย เกิดขึ้นเมื่อไตสูญเสียการทำงานไปประมาณร้อยละ 90-95 (สามารถทราบได้โดยการตรวจเลือด)
– ผู้ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่มีสมาธิ ความจำเสื่อม โลหิตจาง เหนื่อยง่าย ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

> อาการที่สงสัยว่าจะเป็นโรคไตมีอะไรบ้าง?
– ปัสสาวะมีเม็ดเลือดแดง อาจเกิดจากโรคนิ่ว ไตอักเสบหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ มะเร็งของระบบทางเดินปัสสาวะหรือโรคไตเป็นถุงน้ำ เป็นต้น
– ปริมาณปัสสาวะมากกว่า 3 ลิตรหรือน้อยกว่า 400 ต่อวัน
– ถ่ายปัสสาวะบ่อย จำนวนครั้ง กลางวันมากกว่า 5-6 ครั้ง กลางคืนมากกว่า 3-4 ครั้ง โดยเฉพาะเวลากลางคืน หลังจากที่นอนหลับแล้ว จะต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ ถ้าเกิดเป็นประจำอาจจะเป็นโรคเบาหวาน เบาจืด โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือ เป็นโรคไตเรื้อรัง แต่…โดยทั่วไปการถ่ายปัสสาวะบ่อย “ในเวลากลางวัน” มักจะเกิดจากความวิตกกังวลทางจิตใจ ซึ่งกระตุ้นให้อยากถ่ายปัสสาวะอยู่เรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้เป็นโรคไต
– ปัสสาวะมีฟองมาก เมื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการอาจพบว่ามีโปรตีน (ไข่ขาว) ออกมามากผิดปกติ

– อาการบวม บวมที่ขาทั้งสองข้าง เปลือกตาบวม หรือบวมทั้งตัว
– อาการปวดหลัง หรือปวดท้อง ปวดแบบตื้อๆ เมื่อยๆ หรือเจ็บเวลากดหรือทุบเบาๆ ด้านหลัง แสดงว่าอาจจะเป็นโรคไตเรื้อรังหรือโรคไตอักเสบ ถ้ามีอาการไข้สูง หนาวสั่น ร่วมกับอาการปวดหลังมักเป็นอาการของกรวยไตอักเสบติดเชื้ออย่างเฉียบพลัน มีโรคที่ทำให้เกิดภาวะไตเสื่อม ร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรค SLE เป็นต้น
(อ่านข้อมูลในตอนต่อไปครับ)
14516532_1281957161849732_2129444320978147922_n

ด้วยความปราถนาดีจาก ปู เปอร์ตีส

 

 

ถูกใจกดปุ่มแชร์

คลังเก็บ